"แบบนี้มันไม่นิดแล้วมั้ง เอมี่" โรเวลมองดูสภาพของเพื่อนสาว ถึงแม้เสื้อผ้ายังขาวสะอาดเหมือนเดิม แต่เจ้าตัวนั้นหายใจเข้าออกเป็นจังหวะเสียงดังฟังชัดเหงื่อนั้นก็ซึมออกมาไม่ใช้น้อยเลย
"เชื่อฉันเถอะน่า ไปกันต่อเถอะ"เอมิเลียยืนยันอีกครั้งแล้วจึงเดินนำไปยังประตู
"แต่ว่า....."ยังไม่ทันที่วิคตอเรียจะพูดอะไร เอมิเลียก็เดินผ่านประตูห้องไปแล้ว
"รายนั้นเป็นอย่างนี้ประจำละครับอีกซักพักเธอก็จะชินเอง" โรเวลถอนหายใจ
"ไม่เป็นไรค่ะผู้หญิงก็แบบนี้แหละ ไปกันเถอะเดี๋ยวเอมี่จะรอ"แล้วเธอก็เดินตามเอมิเลียออกไป
....เหอๆ.... โรเวลหยุดคิดอะไรบางอย่างอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินตามสองสาวออกไป
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับพี่ๆทุกคนสู่ คาร์ทันเทลค่ะ" เด็กสาววัยประมาณ 12 ขวบ ลุกขึ้นกล่าวทักทายผู้มาเยือน
...เด็ก???... เอมิเลียเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"สวัสดีครับ" โรเวลเป็นคนหลังสุดที่เดินเข้ามาแต่เขาเป็นคนแรกที่กล่าวทักทายพร้อมส่งยิ้มให้
"นี่คือห้องสุดท้ายแล้วค่ะ นี่คือข้อสอบของพี่ๆค่ะ เชิญนั่งตามสบายเลยนะค่ะ" เจ้าของร่างสูงเท่าไหลของเอมิเลียวาดมือในอากาศ แล้วกำแพงที่อยู่ด้านข้างก็ค่อยๆจางหายไป ด้านหลังกำแพงคือ เก้าอี้และโต๊ะที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบนับสิบตัว
"ปากกาพวกพี่คงไม่ต้องใช้หรอกใช่ไหมค่ะ พี่ๆคงจะเรียนอักษรเวทย์มากันแล้ว" อักษรเวทย์เป็นเวทย์มนต์ที่ผู้ใช้เวทย์มนต์ทุกแขนงจำต้องเรียน เป็นเวทย์ที่สามารถเขียนข้อความหรือตัวอักษรลงในกระดาษหรือแม้แต่เขียนให้ลอยอยู่ในอากาศ วิธีนี้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้เวทย์มนต์เพราะไม่ต้องคอยมาห่วงเรื่องการเก็บปากกา และยังเขียนได้อย่างไม่ต้องห่วงว่าหมึกจะหมดเพราะเวทย์นี้ใช้พลังเวทย์ในการเขียนถ้าพลังเวทย์ของผู้ใช้ยังไม่หมดก็จะเขียนได้เรื่อยๆ มีน้อยคนนักที่ไม่ได้เรียนเวทย์ชนิดนี้ อักษรเวทย์ยังมีสีแตกต่างออกไปตามเชื้อสายของผู้ใช้อีกด้วย
"ครับ/ค่ะ" ทั้งสามนั่งลงทำข้อสอบอย่างไม่รีรอ
------------
คาร์ทันเทล
1. ถ้าคุณต้องไปรบคุณจะหยิบอะไร [ดาบ/หนังสือ/ธนู/เงินทอง]
2. ถ้าคุณเดินอยู่กลางป่าแล้วคุณได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เมื่อคุณหันไปมองคุณคิดว่าคุณจะพบกับอะไร [ความว่างเปล่า/ปีศาจ/สัตว์ป่า/มนุษย์]
3. คุณอยากจะทำอะไรมากที่สุด [นั่งพัก/อ่านหนังสือ/ต่อสู้]
4. คาร์ทันเทลก่อตั้งมาแล้วกี่ปี
5. เดลาครอซ์ คือ อะไร
6. คุณรู้จักเนโครเมอร์มากแค่ไหน อธิบาย
......
คำถามนับสิบข้อ ชวนปวดหัวยิ่งนัก โรเวลไม่คิดว่าเขาจะผ่านได้เลยข้อสอบนี้ แล้วเขาก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับคาร์ทันเทลตรงไหน แต่สองสาวก็เขียนคำตอบกันเหมือนกับว่าเป็นคำถามง่ายๆ ข้อสอบที่ได้มามันผิดชุดรึเปล่าเขาก็ไม่รู้แต่ไหนๆ ก็ได้มาแล้ว ตอบมั่วๆไปก็ยังดีกว่าไม่ตอบ
วิคตอเรียทำเสร็จเป็นคนแรก ไม่นานเอมิเลียก็เสร็จ ส่วนโรเวลนั้นเหลืออีกเกือบสิบข้อ "ไม่ต้องรีบนะโรเวล พวกเรารออยู่" เอมิเลียเดินไปเดินมาอยู่หน้าประตูรอเจ้าชายที่กำลังมึนกับข้อสอบ
....เสร็จสักที.... โรเวลถอนหายใจ พยายามปลดปล่อยความเครียดเมื่อสักครู่นี้ออกไป
"เชิญพี่ๆ ไปที่ห้องพักด้านนี้เลยค่ะ แล้วจะมีประกาศเรียกอีกที"
"นี่มันยากนักรึไง ทำตั้งนาน ปล่อยให้ผู้หญิงยืนรอ" เอมิเลียสาวเท้าเข้ามา ไม่ทันที่เขาจะแก้ตัว เอมิเลียก็จูงมือเขาไปยังห้องพักซึ่งมีวิคตอเรียยืนรออยู่หน้าห้องแล้ว
"ต้องขอโทษจริงๆ นะครับที่ทำให้รอ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะนิดเดียวเอง" วิคตอเรียยิ้มให้เขาก่อนเดินเข้าห้องไป
"เอมี่ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วเข้าไปเลย" เอมิเลียคิดที่บ่นสักนิดเป็นการระบายอารมณ์แต่โรเวลก็รู้ทันเสียก่อน
ด้านในตกแต่งอย่างสวยงาม ไม่ต่างกับวังของโรเวลเลยสักนิด พรมกำมะหยี่สีเลือดหมูที่ปักด้วยด้ายสีทองเป็นลวดลายสวยงาม ผ้าม่านทำจากผ้าสีแดงที่ดูเหมือนถูกเคลือบเงาเอาไว้สะท้อนแสงได้เป็นอย่างดี เตียงเดี่ยวสองเตียงวางอยู่ใกล้ๆกันโดยมีชั้นหนังสือคั่นกลาง เพดานถูกเวทย์มนต์ทำให้เห็นเป็นท้องฟ้าเช่นเดียวกับด้านนอกหรือก็คือฟ้าสีส้มอ่อน มีแสงอาทิตย์อยู่รำไร พระจันทร์เริ่มปรากฏให้เห็นอยู่ลางๆ
"ฉันนอนตรงนี้ละกัน" โรเวลกระโดดลงบนโซฟาที่วางอยู่ใกล้ๆกับเตาผิง "ราตรีสวัสดิ์นะสาวๆ" เปลือกตาปิดลงช้าๆ ด้วยความเหนื่อยล้า
"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" ทั้งสองเอ่ยพร้อมกัน "หลับคนแรกเลยนะ อิอิ" เอมิเลียกระซิบกับวิคตอเรีย ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงที่สุดแสนจะนุ่ม กลิ่นน้ำหอมจากเตียงกล่อมประสาทที่เหนื่อยล้าได้อย่างไม่ยากเย็น แล้วทั้งสองก็หลับไปในที่สุด
ขอไปนอนก่อนนะครับ - - ทั้งสามนอนกันหมดแล้ว ผมก็อยากนอนบ้าง ^^
ราตรีสวัสดิ์ครับ