2008/Oct/04

สวัสดีคร๊าบ ทุกท่านที่เข้ามา อ่าน blog ของ หนอนตัวน้อย ^^v

 

อิอิ  ขอเข้าเรื่องเกี่ยวกับความรักอีกสักนิดละกัน - - ทุกคนที่เข้ามาคงเอียนจนเลิกเข้าแล้วแน่ๆ T.T

แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ผมอยากจะมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือ  มีคนอ่านหรือไม่มีก็จาเขียน งิงิ  (ทำแล้วมีความสุขอ่า หุหุ)

 

วันนี้ขอรับ  ข้าเจ้ามีนัดกับสาว...............  โอ๊ะ... โอ๋..  โอ.. โย๊ะ.. โหย๋...!

 แล้วที่สำคัญ  คือนี่เป็นครั้งแรกของกระผมขอรับ >.<  ก็วางแผนว่าจะไปทำอะไรๆ ไว้คร่าวๆ ก่อนหน้าที่จะเจอกันหลายอาทิตย์ เหอๆ

 

ข้าพเจ้าตื่นเช้ามารู้สึกยิ้มแย้ม และสดใสเป็นพิเศษ ^^"  อาบน้ำอย่างมีความสุข (ซึ่งปกติตอนอาบ ผมเหมือนร่างไร้วิญญาณ หุหุ  เพราะตอนอาบน้ำ  เปลือกตาก็จะปิดลงมาพร้อมกันนั้น)

 ท่านพ่อขับรถมาส่งน้อง แถวๆ The Mall งามฯ  แล้วจึงขับไปส่งข้าเจ้าที่ BTSหมอชิต

 ข้าเจ้าก็มาถึง BTSสยาม เวลาประมาณ 7.45   เนื่องจากข้าเจ้า ถือคติว่า "ต้องไปก่อนเวลานัดจริง"  ซึ่งเวลานัดจริงคือ 10.00   (เอ่อคุณหนอน   โง่หรือบ้าเนี่ย  ไปก่อน 2 ชม. - -)  หุหุ  ก็ทำไงได้หล่ะ  ผมก็เลยเอาเวลา 2ชม ที่มีนี้ มาเดินหาร้านอาหารเจ ที่สยาม  แล้วก็นั่ง BTS ไปสำรวจเส้นทางก่อนเล็กน้อย(ความจิงก็ไม่เลกอะ  เดินนานมาก เหอๆ)

 หลังจากนั้นผมก็ไปดูของที่ร้าน Watsons  (ความจริงไปตากแอร์   แกล้งเลือกดูสินค้าไปงั้นแหละ หุหุ เพราะเหงื่อแตกหมดแล้ว  ร้อนมากๆข้างนอก)

พอใกล้เวลา  ผมก็มารอ เจ้าหญิง ณ จุดนัดพบ ^^"  ผมก็ยืนอยู่สักพักจน Paragon เปิด  ผู้คนที่มีมากจนเกือบจะเป็นฝูงชน (แต่ก็ยังไม่ใช่) ก็กรูกันเข้าไปในห้าง ส่วนข้าเจ้านั้นก็ยืนสุขุมนุ่มลึกอยู่ด้านนอก (เพราะเข้าไปไม่ได้  นัดเจอกันตรงนี้  อิอิ

 สักพักหนึ่งผมก็ตัดสินในนั่งลงแถวๆนั้น (ไม่ได้นั่งลงกะพื้นนะ - -  นั่งแบบมีชาติตระกูลนิดนึง  เหอๆ) สายตาก็กวาดไปรอบๆ  มองหา เจ้าหญิง ^^"   แล้วก็มีช่วงนึงที่ผมเงยหน้าขึ้นมาเห็น   ญ นางหนึ่งวิ่งเข้าไปในห้าง  ผมเห็นข้างๆแวปๆ  ก็รู้เลยว่าใช่แน่คนนี้ หุหุ  (ในใจก็นึก วิ่งเด๋วก็ล้มหรอก เหอๆ)   สักพัก  เจ้าหญิงก็โทรมา ^^"  ผมก็ถามอย่างรวดเร็วและรู้ทันว่า  เข้าไปข้างในแล้วช่ายมะ?    ก็คุยกันพักนึงผมจึงตามเข้าไปในห้าง

 

พอเจอกันอย่างเปงทางการแล้วข้าเจ้าก็พาเจ้าหญิงติงต๊อง (ต่อไปนี้จะใช้คำว่าเจ้าหญิงติงต๊อง  ถือว่าเปงที่รู้กัน หุหุ) มาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง (แค่สั่งน้ำมากินกันอ่านะ ไม่ได้กินอะไรจิงจัง)   ก็คุยกันจนเบื่อ (ไม่เบื่อหรอก พิมไปงั้นแหละ อิอิ)  แล้วจึงมาขึ้น BTS เพื่อไปยัง The Emporium  เพราะที่นั่นมีงาน ไดโนเฉา  แล้วก็ สัตว์แปลกๆด้วย หุหุ     เดินเข้าไปก็หาไม่ยากเลย หุหุ งานมันเด่นชัดมาก    คิวยาวเหยียดดดดดดดด  เหอๆ  แต่ก็ยืนรอกันอ่านะ   เข้าไปดูก็ม่ายมีอารายหรอกไดโนเสา  (เหมือนจะไว้ให้เด็กมากกว่า)  แต่ก็อยากพาเดิน ^^"   เมื่อเดินกันจนหิวแล้ว  ข้าเจ้าก็ถามทางไปยังร้านอาหาร  เพราะปกติมันจะอยู่ ไม่เกินชั้น 2 ชั้น 3 อะไรอย่างงี้  แต่ที่นี่ ชั้น 1 2 3 หาร้านอาหารไม่เจอเลย หุหุ

 

ก็ขึ้น lift มาถึงชั้น 5  หนอนกะเจ้าหญิงติงต๊องก็เดินหาร้านอาหารเจ  ท่ามกลางผู้คนมากมายที่แย่งกันจับจองที่นั่ง และ ที่กำลังกินกันอย่างอะเหร็ดอร่อย(เขียนไม่เป็นอะคำนี้  ใครรู้รบกวน comment ไว้หน่อยแล้วกันนะครับ)  สุดท้ายก็พบว่า  ที่นั่งก็หายาก ร้านอาหารเจ ก็แทบจะไม่มี ผมจึงตัดสินใจพาเจ้าหญิงติงต๊องมากินอาหารที่ห้องอาหารของ โรงแรม The Emporium ซึ่งอยู่ชั้น EL  (ชั้นอะไรก็ไม่รู้เหอๆ)   ซึ่งการขึ้น lift นั้นต้องใช้บัตร (เคยขึ้นสมัยที่แฟนพี่ผม มาพักที่นี่อ่าครับ) 

 

ซึ่งผมนั้นไม่มีบัตร!!!!!!  (ต้องพักที่นี่อ่าถึงจะได้บัตร)

 

ก็กะว่าถ้าไม่ได้ก็จะไปขอจากพนักงานที่ Lobby แต่แล้วโชคช่วยขอรับ   มีนักท่องเที่ยวที่พักที่นี้ ขึ้นพร้อมกับผมพอดี    หุหุ  ผมก็เนียนเลยครับ กด EL  ขึ้นไปถึงก็เป็น ห้องอาหารจีนขอรับ  ซึ่งก็อุ่นใจได้ว่า มีอาหารเจแน่นอน

(ถ้าไม่มีละเปงเรื่อง เหอๆ)    ข้าน้อยกะเจ้าหญิงติงต๊องก็มานั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนึงซึ่งไม่ใช่ริมหน้าต่าง  (ที่ผมไม่อยากนั่งริมหน้าต่างเพราะ 1.สูง  2.วิว กทม. ก็ใช่ว่าจะสวยงาม ตึกทั้งนั้น เหอๆ) เราสองคนก็เปิดเมนูดู  แต่ผมก็ไม่ได้อ่านอะไรจริงจังหรอก  ให้เจ้าหญิงติงต๊องกินตามใจเขาจะดีที่สุด^^ เพราะผมก็ไ่ม่รู้ว่าอาหารเจแต่ละอย่างเป็นยังไง

 

และแล้ว เจ้าหญิงก็บอกผมว่าอยากกิน ติ่มซำ กะ ผัดหมี่อายุยืน อะไรสักอย่าง (ผัดหมี่นะแหละ เหอๆ)  ผมก็สั่งไปอย่างมีรีรอ เพราะคิดว่าเค้าคงหิวมากๆแล้วแน่  เราก็คุยกันได้สักครู่นึงอาหารจึงมา   ข้าเจ้าก็ตักปายใส่จานเค้าแล้วจึง ใส่จานข้าเจ้า   ข้าเจ้าว่าอร่อยทีเดียวเลยแหละจานนี้หุหุ  และเจ้าญิงติงต๊องเองก็ดูจะ Enjoy กับจานนี้อยู่ไม่น้อย  แต่ก็เดาได้ละน้าว่าเค้าคงมะอิ่มหรอก เพราะมันก็ไม่เยอะเท่าไหร่   แต่ก็ตัดสินใจกันว่าถ้าหิวไปหาอย่างอื่นกินกันแถวสยามดีกว่า 

 

ข้าเจ้าจึง เรียกเค้าเก็บเงิน  ซึ่งประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละครับ (ไม่ใช่ค่าอาหารนะ เพราะมันไม่แพงหรอก ราคาทั่วไป)  จำได้มั้ยที่ว่า ขึ้น - ลง lift ต้องใช้บัตร   ซึ่งผมก็ไม่มีตั้งแต่ตอนขึ้นแล้ว เหอๆ  ตอนลงจะไปมีได้ไงหล่ะ  ผมก็คิดว่าถ้าจนปัญญาจริงๆ ก็คงขอบัตรจากพนักงาน   แต่แล้วเหมือนฟ้าเป็นใจ ^^"  เพราะว่า  มีลูกค้าของโรงแรมที่กินอาหารอยู่ก็จะลง lift พอดี   (โชคดีจิงๆ ผมนึกในใจ)  ก็เลยมะมีปัญหาอะไร   เราก็ลงมาถึงชั้นล่าง  แล้วก็นั่ง BTS กลับไปสยาม  เพราะจุดหมายต่อไปก็คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่นเองครับ

 

มาถึงสยามข้าเจ้าก็เรียก taxi (สงสารเจ้าหญิงติงต๊องเพราะถ้าเดินไปละก็เมื่อยแน่ๆ  ใส่รองเ้ท้าส้นสูงมาด้วย หุหุ)  พอถึงจุฬาฯ  ข้าเจ้าก็พาทัวร์ หุหุ ไปคณะของข้าเจ้าเอง  ไปคณะอักษร (คณะในฝันของเจ้าหญิงติงต๊อง ^^")   จากนั้นข้าเจ้าก็พาไปดู ตึกสอบ CU TEP  เพราะว่า เจ้าหญิงติงต๊องต้องมาสอบ ในเร็ววันนี้  (ข้าเจ้าว่าก็จำทางมะค่อยได้หรอกมั้งถ้า เจ้าหญิงมาเอง อ่านะ  หุหุ  แต่ก็พาไปดูให้อุ่นใจไว้ก่อน)

 

เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็จะพาเจ้าหญิงติงต๊องไปหาที่นั่งแอร์เย็นๆ   ก็พาเดินออกมาที่ถนน  กะว่าจะเรียก taxi ไปลง MBK  แต่รถมันติดจิงๆ  (ผมเลยมัดมือเจ้าหญิงชก  พาเดินไปถึง MBK เลย    "รู้สึกผิดเหมือนกันที่พาเขาเหนื่อยอ่า  ร้อนก็ร้อน") 

หลังจากทนร้อนอยู่นานเราก็มาถึง MBK  และไม่รอช้า  รีบเดินเข้าไปเลย หุหุ  เจ้าหญิงติงต๊องก็ระลึกความหลังอะไรได้นิดหน่อย (เจ้าหญิงเคยมาที่นี่แล้วครั้งนึง)  ข้าเจ้ากะว่าจะหาร้านเงียบๆ นั่งพัก แต่ก็ไม่วายจำต้องเดินต่อไปถึงสยามdis  เพราะว่าแทบทุกร้านคนเต็ม หุหุ

 

สุดท้ายเราก็มาหยุดที่พารากอนเช่นเคย หุหุ   ก็พาเจ้าหญิงติงต๊องไปนั่งพักจิบชาในร้านที่ดูน่าเข้าร้านหนึ่ง   ข้าเจ้าสั่ง ชา Peach ร้อน  ส่วน เจ้าหญิงติงต๊องสั่ง ชา Apple เย็น      รอไม่นานนัก  เครื่ิ่องดื่มก็มาถึงโต๊ะ  ของข้าเจ้าก็ไม่มีอะไรหรอกก็ Basic ทั่วไป  แก้ว จานรอง และ หม้อชา  แต่ของเจ้าหญิงนี่สิ   ก็มีแก้วชามาแก้วนึง  ซึ่งที่น่าแปลกก็คือ มีถ้วยแก้วรูปหัวใจใบเล็กๆ ใส่น้ำใสๆ ข้นๆ เหนียวๆ อะไรสักอย่าง

ข้าเจ้าก็งงสิครับ ปกติชามันไม่มีไม่ใช่เหรอแบบนี้  ส่วนเจ้าหญิงติงต๊องนั้นมะต้องพูดถึง เพราะไม่รู้เหมือนกาน อิอิ

ข้าเจ้าจะลองชิมก็กลัวตายอยู่ - - จึงเรียก พนักงานมาถามเพื่อความปลอดภัย    สุดท้ายก็รู้ว่ามันคือน้ำเชื่อม หุหุ

 

พนักงานทำหน้าดูถูกนิดๆและตอบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่  (แบบว่า ไม่รู้จริงเหรอวะเนี่ย ว่านี่น้ำเชื่อม = =)   ก็คนมันไม่รู้นิหว่า  จะชิมเด๋วตายไป  ก็มาหาว่าโง่หาเรื่องตายอีก - -

 

เสร็จแล้วข้าเจ้าก็พาเจ้าหญิงติงต๊องขึ้น BTS มาลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (พิมชื่อเต็มเป็นการให้เกียรติวีรชนชาวไทยครับ    สงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาที)   แล้วก็เดินหาวินรถตู้ที่จาไปส่งเจ้าหญิงติงต๊องถึงบ้าน ^^  หลังจากส่งขึ้นรถไปแล้ว ก็แอบมาถามคนที่วินนี้ว่า เปิดปิดกี่โมง ราคาเท่าไหร่  (เปงข้อมูลไว้นิสนึง หุหุ  เด๋วเกิดวันไหนพามาส่ง  รถหมด  เจ้าหญิงกลับบ้านมะได้  ข้าเจ้าจะแย่เอา เหอๆ และเจ้าหญิงก็คงแย่ไปด้วย)

 

อิอิ  เป็นเช่นไรบ้างครับสำหรับครั้งแรกของข้าเจ้า ^^"  ความจิงข้าเจ้ากะจะพาไปเดินเล่นที่สวนลุมด้วยแหละ  แต่ว่าฟ้ามันมืดๆ เลยไม่เสี่ยงดีกว่า  อีกอย่างนึง  ข้าเจ้ารู้สึกว่าที่ผมวางแผนว่าจะไปไหนๆ ไว้อย่างดี  พอเจอเจ้าหญิง  ข้าเจ้ารนๆยังไงก็ไม่รู้ เหอๆ  ทำอะไรมะค่อยถูกเลย  ทำให้ข้าเจ้าพาเจ้าหญิงเดินวนไปวนมาอยู่บ้างในบางครั้ง  เพราะความลังเลของข้าเจ้าเอง

 

--------------------------------------------------------------------------------

ที่นี้เราจะมาเข้าหัวข้อ "หนอนน้อยขี้กังวล"  (เห้ย  อะไรฟร่ะ เขียนมายาวเป็นคัมภีร์  พึ่งจะเข้าหัวข้อ - -) 

 ที่่ว่ากังวลนั้น  เพราะข้าเจ้ากังวลเรื่องที่ว่าจะไปไหนดี กินข้าวที่ไหน อะไรยังไง มาตั้งแต่ก่อนวันนัดหลายอาทิตย์แล้ว  แล้วคืนก่อนวันนัดก็กังวลอีกว่า  "จะลืมเอาอะไรไปรึเปล่า  ต้องพร้อมทุกอย่าง ทุกสถานการณ์" (เอาถังดับเพลิงไปด้วยเลยมั้ย ^^") 

เช้าวันนัดข้าเจ้าก็กังวลอีก ใส่ชุดแบบไหนดีน้า????  แล้วพอไปถึงก็เดินเช็คสยามอยู่นานว่าตรงไหนมีอะไร  แล้วก็ไปเช็คเส้นทาง   ไหนจะไปเดินรอบสวนลุมมาอีก (กว้างมากกกกกก หุหุ)  แต่ก็ดีครับได้เปิดหูเปิดตา เพราะข้าเจ้าก็เคยมาสวนลุมแค่ 2 ครั้งซึ่งก็มาทำพิธีของลูกเสือ(ตั้งแต่สมัยมัธยม นู้นนนนน    แต่ขออภัยที่ข้าเจ้าจำชื่อพิธีไม่ได้ )

พอเจอกันข้าเจ้าก็กังวลอีกว่า  "เราจะทำอะไรให้เค้าไม่สบายใจรึเปล่าน้า"   "เค้าจะเหนื่อยมั้ยเนี่ยเดินมานานแล้ว"  "เค้าจะร้อนมั้ย  อากาศอบอ้าวมากๆ"  (กะจะเอาพัดไป แต่ลืม - -) "อาหารจะถูกปากเค้ามั้ยน้า"  "เค้าจะกลับถึงบ้านดึกมั้ยเนี่ย มาส่ง late ไปนิดนึง"

 ระหว่างทางกลับและตอนนี้ก็กังวลว่า "เราทำอะไรให้เค้าไม่ถูกใจรึเปล่าน้า"  "เค้าเหนื่อยมากแน่ๆเลยเราพาเดินซะ"   "เค้าจะโกรธมั้ยน้า  เราพาเดินทั้งเหนื่อยทั้งร้อน >.<"

 

-----------------------------------------------------------------------------

 ความจริงผมก็เป็นคนขี้กังวลอยู่แล้วหล่ะคับ ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ  ไม่ใช่แ่ค่เรื่องคนรัก

อย่างเช่น ผมซ้อม baseball อยู่กับเพื่อนอีก 2 คน (ปกติซ้อมกันเป็นคู่แต่คู่ผมหาย เหอๆ)  ซักพักมันก็ถามผมว่า เห้ยวอม  จะไปซ้อมตีรึเปล่า  (ซ้อมตีคนเดียวได้อ่าน้า)  ผมก็พูดไปว่า "จะซ้อมกันสองคนเหรอ"  ซึ่งมันก็สามารถแปลความหมายทางอารมณ์ของผู้พูดได้สองแบบก็คือ

1. ไม่อยากให้ซ้อมด้วยใช่มะถึงไล่   2.ถามเฉยๆ  มะได้ซีเรียส

แล้วบางทีเวลาอยู่ที่คณะ ผมก็จะกังวลกับการกระทำของตัวเองว่า "เห้ย ทำอย่างนี้ไปจะมีใครไม่ชอบ หรืิอมองเราผิดไปรึเปล่านะ"  ซึ่งความจิงแล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป  คนปกติเค้าคงไม่กังวลกัน เหอๆ

----------------------------------------------------------------------------------------

คงเพราะ   ผมได้เรียนรู้ว่า  ในทุกๆเรื่องคนหนึ่งคนก็มุมมองหนึ่งมุมมอง  

เราอาจจะคิดว่าสิ่งนี้ดี  แต่อีกคนอาจจะคิดว่ามันคือสิ่งไม่ดี

ผมจึงไม่ยึดเอาความคิดของตัวเองเป็นหลัก  จึงพยายามเปิดใจให้กว้าง  ไม่ปิดกั้นมุมมองของคนอื่น

และอีกอย่างนึง

ผมได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่น  เรียนรู้ที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา

เพราะที่ผมเคยเห็นมา  ผู้ชายบางคน(ซึ่งเรียกตัวเองว่าพ่อ) ซึ่งก็ทำงานหาเงินไปเรื่อยๆ  ส่วนคุณแม่นั้นก็ทำงานบ้านอยู่ที่บ้าน  เมื่อคุณแม่บ่นว่าเหนื่อยจัง  ลูกช่วยทำนี่หน่อยสิ  พ่อช่วยทำนั่นหน่อยสิ   แต่สิ่งที่คุณพ่อตอบกลับไปก็คือ  "อะไรกัน  ทำงานบ้านนิดๆหน่อยๆ เหนื่อยละ มะเห็นมันจะเหนื่อยตรงไหนเลย"   คนที่เจ็บช้ำก็ต้องเป็นคุณแม่ละครับ   เพราะคุณพ่ออาจไม่เหนื่อยเวลาทำงานบ้าน  แต่คุณแม่เหนื่อยอาจเป็นเพราะพ่อแข็งแรงกว่า   มีกำลังวังชามากกว่าคุณแม่

ผมจึงระลึกอยู่เสมอว่า เวลาจะพูดอะไร หรือทำอะไร ต้องคิดถึงใจของอีกฝ่ายนึงด้วย   และพยายามทำความเข้าใจผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรืออะไรต่างๆนาๆ  มิใช่เอาจุดยืนของตนเป็นตัวตัดสิน  (รู้สึกว่าพูดวนไปวนมา เหอๆ)

 

จบละกัน ยาวมากเกินไปแระ หุหุ

(อย่างน้อยก็มีข้อคิดนิดนึงละนะ ^^")

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมครับ

หนอนน้อย

 

 

PS.  Love U My Princess

edit @ 4 Oct 2008 21:44:56 by หนอนน้อย

edit @ 5 Oct 2008 00:16:48 by หนอนน้อย

Comment

Comment:

Tweet


เข้ามาร่วมให้กำลังใจครับ big smile
#2 by รัตนาดิศร At 2008-10-06 12:03,
ยาว ขี้เกียจอ่าน - -;
ถ้าคนเราไม่เห็นแก่ตัว ประเทศชาติก็จะจเริญ >w</
#1 by Boldblade At 2008-10-05 11:31,