โรเวลและเอมิเลีย เดินผ่านโถงทางเดินที่ปูพื้นด้วยหินกรวด หินทรายหลากสี คริสตัลเรืองแสงลอยอยู่ตามทางเดินเป็นระยะๆ ทางเดินเต็มไปด้วยนายทหารและพ่อมดมากหน้าหลายตา โถงนี้ถือเป็นจุดศูนย์รวมของผู้คนจุดหนึ่งก็ว่าได้ ห้องทุกห้อง ทางออกทุกทางก่ล้วนเชื่อมกับทางเดินนี้
"ชีวิตจะมีความสุขได้ยังไง มัวแต่ทำงานกันตลอดเวลา" เอมิเลียกล่าว พลางมองไปยังกองทัพของข้าราชการที่เดินไปเดินมา
"ถึงซักที" โรเวลถอนหายใจหลังที่จากเดินผ่านกองทัพข้าราชการมาได้
ประตูสีทองอร่ามเปิดออก เผยให้เห็นภายในของห้อง แม้เอมิเลียจะเข้ามาในห้องนี้หลายครั้งแล้วแต่เธอก็ยังสงสัยว่าทำไมด้านในมันช่างกว้างใหญ่กว่าที่เห็นจากด้านนอกนัก เพดานถูกประดับด้วย พลอยสีเหลืองจำนวนนับพัน โคมไฟคริสตัลรูปทรงแปลกตาขนาดใหญ่ลอยอยู่ ณ ใจกลางของห้อง ผิดกับหน้าต่างที่ดูธรรมดาเหมือนหน้าต่างของห้องอื่นๆ ผนังด้านขวามีรูปของกษัตริย์และราชินีตั้งแต่ยุคก่อตั้งอาณาจักรมาจนถึงปัจจุบันซึ่งก็คือ มาคัส ราเซส
โรเวลเดินนำเอมิเลียไปยังประตูอีกบานหนึ่ง เพราะ เธอไม่เคยจำทางได้ซักที
"องครักษ์หายไปไหนหมดล่ะ โรเวล" เธอมองไปรอบห้องแต่ก็ไม่พบองครักษ์แม้แต่คนเดียวทำให้ห้องที่ดูกว้างอยู่แล้ว ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
"ก็นั่นน่ะซิ ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่รู้จะถามใคร" เขาหันมายิ้มก่อนจะผลักประตูห้องที่อยู่ตรงหน้าเพราะพวกเขามายืนได้ซักพักแล้วแต่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิด
อ่านต่อเลยครับ
"พวกเจ้ามาช้าไป 10 นาทีน่ะ โรเวล เอมิเลีย" ชายในชุดเกราะสีดำพูดขึ้น
"ข้า และ เอมิเลีย ต้องขออภัยท่านพ่อ และ ท่านอาด้วยครับ สำหรับการมาสาย" โรเวลไม่มีท่าทีว่าจะไม่พอใจกับคำพูดของมาคัสสักนิด
...คนข้างนอกก็เยอะแยะต่อให้วิ่งมาก็คงไม่ทันอยู่ดี...แต่ความคิดของเอมิเลียกลับต่างออกไป
"ที่ข้ากับเมซุส ต้องขัดจังหวะการซ้อมของพวกเจ้าในวันนี้เพราะเราได้รับจดหมายจากคาร์ทันดาร์ ว่าขณะนี้คาร์ทันเทลได้เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ ข้ากับเมซุสปรึกษากันแล้วว่าควรจะส่งพวกเจ้าไปเรียน เผื่อจะได้ความรู้ใหม่ๆบ้าง จึงเรียกพวกเจ้ามาถามความเห็น"
"หนูว่าก็ดีเหมือนกันนะคะ จะได้เจอเพื่อนใหม่ๆด้วย" รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามของเธอ
"ผมคิดว่าได้ออกไปเรียนข้างนอกคงไม่ต่างกับเรียนวังนี้ซักเท่าไหร่ แต่ไหนๆเอมี่ตัดสินใจแล้ว ผมก็คงต้องตามไปเรียนเพราะไม่อยากเหงาตายอยู่ในวังนี่" คำพูดของโรเวลถึงกับทำให้เอมิเลียรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆว่า เธอก็มีความสำคัญกับเขา อยู่ไม่มากก็น้อย
"เป็นอันว่าพวกเจ้าตกลงนะ"เมซุสถามเพื่อความแน่ใจ
"ครับ/ค่ะ" ทั้งสองตอบ
"ถ้าอย่างนั้นหลังกินอาหารเสร็จ พวกเจ้าขึ้นไปเตรียมกระเป๋าเดินทางไว้ให้พร้อมแล้วกันข้าจะให้ฮาร์คิสไปส่งพวกเจ้า" ฮาร์คิสที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องมีอาการสะดุ้งเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่พูดอะไร
หลังกินอาหารเสร็จทั้งสองก็แยกย้ายกันไปจัดกระเป๋า
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องของโรเวลดังขึ้น "เจ้าชาย จัดกระเป๋าเสร็จแล้วลงไปที่คอกม้าเลยนะครับ" เสียงคุ้นหูดังมาจากอีกฝั่งของประตู "เสร็จแล้วล่ะ ฮาร์คิส ไปเดี๋ยวนี้แหละ" โรเวลเปิดประตูออกมาพบกับเจ้าของเสียงที่สุดแสนจะอารมณ์ดี "ถ้าท่านมาตามข้า แล้วท่านให้ใครไปตามเอมี่ล่ะ"
"อ๋อ ข้าให้แซมจัดการแล้ว ไม่ต้องห่วงครับ" ฮาร์คิสยิ้มอย่างสบายใจ
"แซมไม่เคยขึ้นไปห้องของเอมี่ไม่ใช่หรือฮาร์คิส" สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่ของโรเวลเปลี่ยนไปเล็กน้อย "อ่าว ก็แซมบอกข้าว่าสบายมาก ข้าก็เลยนึกว่ารู้จักทาง" ถึงกระนั้นฮาร์คิสก็ยังยิ้มได้อยู่
"ช่างเถอะ เราไปรอที่คอกม้ากันก่อนแล้วกัน ถ้าสองคนนั้นยังไม่มาค่อยขึ้นไปตาม"โรเวลออกความคิด ฮาร์คิสพยักหน้าตอบก่อนเดินนำเจ้าชายไปยังคอกม้า
ประตูด้านหลังคอกม้าเปิดออก เผยให้เห็นด้านในคอกม้าซึ่งขณะนี้มีเพียงม้า 4-5 ตัว กับถุงสัมภาระใบใหญ่วางอยู่ข้างเสา ไม่มีวี่แววของเจ้าหญิงกับองครักษ์สาว เลยแม้แต่น้อย โรเวลกับฮาร์คิส ช่วยกันจัดอานม้าแล้วจึงนำสัมภาระมาห้อยไว้ด้านข้างของตัวม้าเสียงฝีเท้าจากบันไดทางขึ้น เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
"มาจนได้น่ะแซม นึกว่าจะหลงทางซะแล้ว" ฮาร์คิสยิ้มมุมปากพร้อมกับเดินเข้าไปตบบ่าขององค์รักษ์สาว
"พวกเราจัดอานม้าไว้ให้แล้วน่ะ เหลือก็แต่สัมภาระของพวกคุณล่ะครับ" โรเวลเอ่ยเสียงเรียบ "ขอบคุณมากน่ะโรเวล พอดีฉันหาหนังสืออยู่เลยลงมาช้า" เธอหยิบหนังสือปกสีฟ้าเล่มบางขึ้นมาให้เขาดูเป็นการยืนยัน เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางทั้ง 4 คนก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วจึงควบม้าออกจากวังไป
edit @ 2006/07/04 19:23:46








